รีวิว Lara Croft: Tomb Raider (2001)

Lara Croft: Tomb Raider ลาร่า ครอฟต์ ทูม เรเดอร์ (2001)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา / สหราชอาณาจักร

เรื่องย่อ

Lara Croft: Tomb Raider ดัดแปลงจากวิดีโอเกมชื่อดังที่สร้างปรากฏการณ์ทั่วโลก เล่าเรื่องของ “ลาร่า ครอฟต์” นักโบราณคดีสาวนักผจญภัยผู้มีทักษะการต่อสู้ ความฉลาดเฉียบคม และความกล้าบ้าบิ่นเหนือมนุษย์ เธอต้องออกเดินทางเพื่อค้นหา “สามเหลี่ยมแห่งแสง” (Triangle of Light) สิ่งประดิษฐ์โบราณที่สามารถควบคุมกาลเวลาได้

องค์กรลับ “อิลลูมินาติ” ต้องการใช้อำนาจนี้เพื่อครอบครองโลก ลาร่าจึงต้องแข่งกับเวลา เดินทางผ่านหลุมฝังศพ วัดโบราณ กับดักมรณะ และศัตรูสุดโหด เพื่อปกป้องสมดุลของโลกใบนี้

บทความรีวิว

Tomb Raider (2001) คือหนึ่งในหนังแอ็กชันยุค 2000 ที่มีพลังเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ๆ การคัดเลือก Angelina Jolie มารับบทลาร่าคือการเลือกที่ “สมบูรณ์แบบที่สุด” เธอมีทั้งคาริสมา ความแข็งแกร่ง และภาพลักษณ์ที่ตรงกับตัวละครในเกมอย่างน่าทึ่ง

หนังให้ความรู้สึกเป็นแอ็กชันผจญภัยสไตล์ Indiana Jones แต่ใส่ความเร็ว ความเท่ และความเป็นแฟชั่นของยุค 2000 เข้าไป ทำให้ดูสนุก ลื่นไหล และเต็มไปด้วยฉากจำอย่างเช่น การยิงปืนสองมือ การต่อสู้บนราวแขวน และฉากหลุมศพพังทลาย

สปอยล์เต็ม

ลาร่าค้นพบว่าสามเหลี่ยมแห่งแสงถูกแบ่งเป็นสองชิ้น กระจายอยู่คนละที่บนโลก เธอต้องแข่งกับองค์กรลับที่นำโดยชายชื่อ “พาวเวล” ผู้ต้องการรวมสองส่วนเข้าด้วยกันเพื่อย้อนเวลาและควบคุมจักรวาล

การเดินทางพาเธอไปยังวัดในกัมพูชาและเทือกเขาหิมาลัยที่เต็มไปด้วยกับดักโบราณและเหล่าสัตว์กลายพันธุ์ลึกลับ เธอสามารถหยุดพิธีกรรมได้ก่อนที่พาวเวลจะใช้พลังเหนือมนุษย์สำเร็จ และในท้ายที่สุด ลาร่าทำลายวัตถุศักดิ์สิทธิ์เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนโลภ

หนังจบด้วยลาร่าที่กลับสู่คฤหาสน์ พร้อมชุดสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์—ยืนยันความเป็นฮีโร่สาวที่ทั้งแข็งแกร่งและสง่างาม

บทวิเคราะห์

หนังสะท้อนธีมของ “การรับมือกับอดีต” ผ่านตัวลาร่าที่สูญเสียพ่อ และพยายามค้นหาความหมายของครอบครัวผ่านการผจญภัย เธอไม่ได้ต่อสู้เพื่อสมบัติ แต่เพื่อตามหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพ่อและอดีตของเธอ

ในเชิงสัญลักษณ์ สามเหลี่ยมแห่งแสงคืออำนาจการควบคุมเวลา ซึ่งเชื่อมกับความเจ็บปวดของลาร่าที่อยากย้อนกลับไปแก้ไขอดีต แต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะ “ปล่อยวาง” เพื่อเดินหน้าต่อ

เทคนิคการสร้างและงานภาพ

หนังใช้ฉากสถานที่จริงผสมสตูดิโอ ทำให้โทนภาพออกมาอลังการ โดยเฉพาะฉากวัดหินที่ถูกออกแบบให้สวยงามแบบแฟนตาซี ฉากแอ็กชันมาพร้อมสตั๊นต์จริงที่ Angelina Jolie ทำเองหลายฉาก ทำให้หนังดูมีความ “หนักแน่น” มากกว่าการพึ่ง CG แบบเต็มรูปแบบ

ดนตรีประกอบมีทำนองเข้มข้นผสมอิเล็กทรอนิกส์ ให้กลิ่นอายปี 2000 แบบจัดเต็ม

บทวิจารณ์

Lara Croft: Tomb Raider ไม่ใช่หนังที่ต้องการความสมจริงแบบหนังยุคใหม่ แต่ต้องการ “ความมันส์ เท่ และเป็นไอคอน” ซึ่งทำได้สำเร็จ หนังกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Angelina Jolie กลายเป็นภาพจำของลาร่าครอฟต์ไปตลอดกาล

เป็นหนังผจญภัยที่ดูสนุกมาก เหมาะสำหรับแฟนเกมและคนที่ชอบหนังล่าสมบัติ แอ็กชันเร็ว ๆ และตัวเอกที่เท่จนหยุดดูไม่ได้

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

Author: papee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *